6 September 2016 การเลือกหุ้น Growth Stock

financial symbols coming from hand

Growth Stock ถือได้ว่าเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นจำนวนมาก โดยมากมักมีลักษณะที่โดดเด่นในแง่ของอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม (Industry Growth) ที่เติบโตสูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศ (GDP Growth)

ตัวอย่างของปี 2550 กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือกลุ่มยานยนต์ที่มีอัตราการขยายตัวสูงกว่า 10% ขณะที่ GDP Growth ของประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5 – 5.0% เท่านั้น ดังนั้น หุ้นในกลุ่มนี้จึงมีผลการดำเนินงาน ทั้งในแง่ของรายได้และกำไรสุทธิที่ขยายตัวโดดเด่นกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนยังสามารถสร้างการเติบโตให้แก่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เองได้ แม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมในขณะนี้ไม่มีความโดดเด่นเหนือเศรษฐกิจโดยรวมของ ประเทศ โดยมี 2 แนวทางดังนี้

1. Inorganic Growth ผ่านการควบรวม และ/หรือ ซื้อกิจการ (Merger & Acquisition : M&A) ซึ่งเป็นแนวทางที่เริ่มได้รับความนิยมในบริษัทจดทะเบียนของไทยมากขึ้น เพราะเป็นทางลัดที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัท ตัวอย่างเช่น ATC – RRC, MAJOR – TRAF, BAY – GE Capital ฯลฯ

2. Organic Growth เป็นการผลักดันจากแผนธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนเอง เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการลดต้นทุนการผลิต การขยายตลาด การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฯลฯ จะเห็นภาพได้ชัดในกลุ่มภาคการผลิตมากกว่าภาคการบริการ

ลักษณะของ Growth Stock

Growth Stock จะเป็นหุ้นที่เน้นการเติบโต (ของดี ราคาสูง) มีลักษณะเด่นของหุ้น โดยเป็นหุ้นที่มีผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นกว่าตลาด ซึ่งเราสามารถแบ่งลักษณะเด่นๆ ของหุ้นกลุ่ม Growth Stock ได้เป็นลักษณะใหญ่ๆ 3 ข้อ ดังนี้

1. อัตราการจ่ายเงินปันผล (Low Dividend Yield) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่มเดียวกันเนื่องจากบริษัทลักษณะนี้จะ ต้องสำรองเงินทุนหมุนเวียนไว้สำหรับการขยายกิจการของตนเอง ซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น

2. หุ้นที่มีการซื้อขายที่ P/E Ratio สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่ม เนื่องจากบริษัทประเภทนี้มีผลการดำเนินงานที่ดี ทั้งในแง่รายได้และความสามารภในการทำกำไร จึงทำให้ผู้ลงทุนยอมจ่ายเงินซื้อแพง หรือที่P/E Ratio สูงนั้นเอง

3. หุ้นที่มีการซื้อขายที่ P/BV Ratio สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่ม ลักษณะโดยรวมจะคล้ายคลึงกับประเภทที่ 2 ดังที่กล่าวมาข้างต้น

โดยสรุป Growth Stock จึงเป็นหุ้นที่ซื้อขาย P/E Ratio และ P/BV ratio สูง แต่ Dividend Yield ต่ำ

Growth Stock เหมาะกับผู้ลงทุนแบบไหน?

หากเป็นผู้ลงทุนที่มีระยะเวลาการลงทุนค่อน ข้างสั้น หรือต่ำกว่า 12 เดือน และสามารถรับความเสี่ยงจากการผันผวนของการลงทุนได้มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป แล้ว Growth Stock เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับผู้ลงทุนกลุ่มนี้ เพราะด้วยผลการดำเนินงาน และ/หรือ ประเด็นการลงทุนจะมีส่วนสนับสนุนการปรับตัวของราคาหุ้นประเภทนี้เสมอ แต่เมื่อใดที่ผลการดำเนินงานออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ราคาหุ้นกลุ่มนี้จะปรับตัวลงแรงเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่ม Growth Stock อาจเปลี่ยนแปลงเป็นกลุ่ม Value Stock ได้ จึงต้องพิจารณาตรวจสอบหุ้นที่ลงทุนเสมอ เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการลงทุนของผู้ลงทุน

ขอบคุณข้อมูลจาก: Thailand Securities Institute

Tags:

Leave a Reply