1 September 2016 เลือก “ลงทุน” ให้ถูกจริต พลิกชีวิตสู่ความ “มั่งคั่ง”

ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เราสามารถลงทุนในตลาดทุนได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ยิ่งสามารถลงทุนได้สะดวกรวดเร็วเท่าใด โอกาสในการทำกำไรจากการลงทุนก็รวดเร็วตามมาด้วย และในทางกลับกันถ้าเราตัดสินใจผิดพลาดมันก็สามารถทำให้เราประสบกับภาวะขาดทุนหรือหมดตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน  ทุกวันนี้นอกจาก “เงินฝากธนาคาร” แล้ว ยังมีทางเลือกให้เลือกลงทุนอีกมากมาย เช่น

1. หุ้น (Stock) เป็นตราสารทุนที่กิจการออกให้แก่ผู้ถือ เพื่อระดมเงินทุนไปใช้ในกิจการ โดยผู้ถือหุ้นจะมีฐานะเป็น “เจ้าของกิจการ” ซึ่งจะมีส่วนได้เสียหรือมีสิทธิในทรัพย์สินและรายได้ของกิจการ และมีโอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) เมื่อราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นกว่าตอนที่ซื้อมา รวมทั้งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผล (Dividend) เมื่อบริษัทมีกำไร

stock

หากอยากเป็นเจ้าของกิจการแต่ยังมีเงินไม่มากพอ การซื้อหุ้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะทำให้เราเป็น “เจ้าของกิจการ” ได้

2. อนุพันธ์ (Derivatives) เป็นตราสารทางการเงินประเภทหนึ่งที่มีการซื้อขายกันในตลาดการเงิน ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) เป็นสัญญาทางการเงินระหว่างบุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่าย ซึ่งตกลงกันที่จะซื้อขายสินทรัพย์ อ้างอิง (Underlying Assets) ในปัจจุบัน แต่จะทำการส่งมอบและชำระราคากันในอนาคต

ตราสารอนุพันธ์ถูกสร้างและออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารและป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิง หรือตราสารทางการเงินอื่นที่เกี่ยวข้องกัน

derivatives

ปัจจุบัน อนุพันธ์ (Derivatives) ที่ซื้อขายในประเทศไทยมี 2 ประเภท คือ ฟิวเจอร์ส (Futures) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และออปชัน (Options) หรือสัญญาใช้สิทธิ ซึ่งจุดเด่นของอนุพันธ์คือ มีโอกาสได้กำไรสูงมาก ขณะเดียวกันก็มีโอกาสขาดทุนสูงมากเช่นกัน

ดังนั้น ก่อนลงทุนในอนุพันธ์ คุณควรถามตัวเองก่อนว่าสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน มีเวลาติดตามราคาอนุพันธ์มากน้อยเพียงใด ที่สำคัญ ต้องศึกษาถึงลักษณะและขั้นตอนการลงทุนในอนุพันธ์ให้เข้าใจดีเสียก่อน

จุดเด่นอีกอย่างของอนุพันธ์ (Derivatives) คือ สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง

3. กองทุนรวม (Mutual Fund) กองทุนรวมเป็นการระดมเงินลงทุนจากคนจำนวนมาก เพื่อตั้งเป็นกองทุนขึ้น โดยนำเงินที่ได้รับไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายของแต่ละกองทุน ซึ่งมีตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงความเสี่ยงสูง โดยมี “ผู้จัดการกองทุน” ที่เป็นมืออาชีพ บริหารจัดการเงินลงทุนของเราตามนโยบายของกองทุนนั้นๆ ซึ่งทำให้เรามั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่ามีผู้เชี่ยวชาญคอยบริหารเงินให้เราอยู่

Mutual-Fund

อยากลงทุน แต่ไม่มีประสบการณ์ (มือใหม่) มีเงินลงทุนไม่มาก ไม่มีเวลาติดตามข้อมูลข่าวสาร การลงทุนในกองทุนรวมก็เป็นทางเลือกที่จะทำให้เราต่อยอดความมั่งคั่งได้

โดยปกติแล้วการลงทุนแม้มีโอกาสทำไรจนร่ำรวยได้แล้ว แต่อย่าลืมเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงที่เป็นเสมือนเงาตามตัวติดมาด้วยเสมอ

ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจว่า… ทางเลือกในการลงทุนนั้น เหมาะสมกับเป้าหมายและข้อจำกัดในการลงทุนของเราจริงๆ เราจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติเฉพาะตัว ความเสี่ยง ผลตอบแทน ตลอดจนข้อดีข้อเสียของทางเลือกแต่ละทางอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เราจัดสรรเงินลงทุนได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับเป้าหมายที่เราตั้งไว้

investment-risk

 ขอบคุณภาพจาก www.set.or.th

Tags:

Leave a Reply